วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ บริษัท ริโก้ และ ไฮเดลเบิร์ก ได้ประกาศแผนกลยุทธ์ความร่วมมือกันทั่วโลก โดยในเบื้องต้นทั้ง 2 บริษัทได้ทำความตกลงเซ็นสัญญาการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการพิมพ์ของริโก้ สัญญาข้อตกลงนี้ทำให้ไฮเดลเบิร์กสามารถขายเครื่องพิมพ์ดิจิตอลสีรุ่นใหม่ล่าสุดของริโก้ รุ่น Ricoh ProTM C901 Graphic Arts Edition ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ดิจิตอลความเร็วสูงและใช้โทนเนอร์รุ่น Ricoh PxPTM ซึ่งดีและเหมาะสมสำหรับการพิมพ์ในอนาคต กลยุทธ์ความร่วมมือกันทั่วโลกครั้งนี้ยังรวมถึงด้านการให้บริการด้วย ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 เป็นต้นไป โดยการร่วมมือกันครั้งนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศอังกฤษ เยอรมนี และบางประเทศในเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย โดย ไฮเดลเบิร์ก มุ่งเป้าหมายไปยังตลาดงานพิมพ์อื่นๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในงาน Drupa 2012
บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าการจับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจกับบริษัท ไฮเดลเบิร์ก กราฟฟิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นการประสานความร่วมมือทางธุรกิจที่ให้ประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าของทั้งสองบริษัท ด้วยแนวโน้มระบบงานพิมพ์แบบดิจิตอลที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของลูกค้าทั้งด้านคุณภาพ และสามารถรองรับจำนวนงานพิมพ์ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ถูกบังคับให้ต้องพิมพ์ในจำนวนมากเหมือนอย่างระบบโรงพิมพ์ทั่วๆ ไป ซึ่งการร่วมมือกันระหว่าง 2 บริษัทในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของธุรกิจอุตสาหกรรมการพิมพ์ (Production Printing)
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางการพิมพ์ในระบบดิจิตอลของริโก้ กำลังได้รับความนิยมมากในประเทศไทย รวมทั้งเป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสม และมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำงานร่วมกับระบบงานพิมพ์ในธุรกิจอุตสาหกรรมการพิมพ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไฮเดลเบิร์กเองก็ถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นผู้นำในเรื่องเครื่องพิมพ์ที่ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างดีในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ ประกอบกับมีฐานลูกค้าที่มีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ความแข็งแกร่งของทั้ง 2 บริษัทในการทำตลาดร่วมกัน ถือเป็นการจับมือของผู้นำด้านเทคโนโลยีงานพิมพ์ระดับโลก ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบดิจิตอลและออฟเซต เพื่อยกระดับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่มีความยืดหยุ่นในงานพิมพ์สูง
“ในประเทศไทย ริโก้และไฮเดลเบิร์กถือเป็นผู้นำทางธุรกิจและเทคโนโลยีในกลุ่มธุรกิจของตนเองมาโดยตลอด และต่างก็คาดหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอุตสาหกรรมการพิมพ์ของทั้ง 2 บริษัทให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่แนวโน้มทางธุรกิจของระบบงานพิมพ์แบบดิจิตอลกำลังขยายตัวอย่างสูง”
ทั้งนี้ มร.จูเลี่ยน ไฟรเอ็ด ประธานบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยืนยันอีกครั้งถึงความร่วมมือกับไฮเดลเบิร์กในครั้งนี้ โดยเชื่อว่าจะช่วยให้ริโก้สามารถขยายตัวผลิตภัณฑ์ด้าน Production Printing เข้าไปในกลุ่มธุรกิจการพิมพ์ได้รวดเร็วมากขึ้น ในขณะที่ทางไฮเดลเบิร์กสามารถใช้เครื่องพิมพ์ดิจิตอลของริโก้มาเสริมความแข็งแกร่งใน Product line ของตนเอง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าจากแนวโน้มของเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจในปัจจุบัน
สำหรับแผนงานของบริษัทริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ภายหลังจากบริษัทแม่จับมือกับไฮเดลเบิร์กนั้น ในเบื้องต้นคงเป็นเรื่องของการทำความตกลงในลักษณะของการทำงานร่วมกัน โดยให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทั้งยังวางกลุ่มเป้าหมายร่วมกับทางพันธมิตรใหม่อย่างไฮเดลเบิร์ก (ประเทศไทย) รวมถึงการเตรียมความพร้อมต่างๆ ให้กับทั้งทางริโก้ (ประเทศไทย) และเตรียมความพร้อมให้กับทางไฮเดลเบิร์ก (ประเทศไทย) ด้วย
โดยไฮเดลเบิร์ก (ประเทศไทย) จะทำตลาดภายใต้แบรนด์ริโก้ ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจการพิมพ์ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของทางไฮเดลเบิร์กอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านเทคนิค และการบริการหลังการขายในรูปแบบเดียวกันทุกประการกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากทางริโก้ (ประเทศไทย)
อย่างไรก็ดี สำหรับแผนการตลาดในประเทศไทย บนความร่วมมือดังกล่าวนี้กับเครื่องพิมพ์ Ricoh ProTM C901 Graphic Arts Edition ได้เริ่มกิจกรรมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยได้มีการประสานความร่วมมือในหลายๆ เรื่องเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำตลาดอยู่แล้ว เช่น การฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ การฝึกอบรมทางเทคนิคและบริการ
Ricoh ProTM C901 Graphic Arts Edition เครื่องพิมพ์ดิจิตอลสีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับงานระดับอุตสาหกรรมการพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในแบบเครื่องมัลติฟังก์ชัน ทั้งการพิมพ์ การสแกน การทำสำเนา โดยให้คุณภาพระดับงานจากโรงพิมพ์ ตอบโจทย์โซลูชันงานพิมพ์ที่หลากหลาย ทั้งงานพิมพ์แบบ PODs งาน Personalized หรือจะเป็นงานหนักๆ อย่างงานพิมพ์ระดับอุตสาหกรรม ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าถึง 90 หน้าต่อนาที และแม้จะพิมพ์ด้วยกระดาษที่มีความหนาถึง 300 แกรม ก็ยังคงให้คุณภาพสีที่สม่ำเสมอ พร้อมมีระบบการพิมพ์ลงทั้งสองด้านของแผ่นกระดาษ โดยที่ความเร็วการพิมพ์ไม่ลดลง ทั้งยังมาพร้อมระบบ Color Controller แบบ CREO และ EFI ให้คุณได้เลือกเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน
ซึ่ง Ricoh ProTM C901 Graphic Arts Edition นี้ถูกออกแบบเพื่อการทำธุรกิจงานพิมพ์ดิจิตอลอย่างแท้จริง รองรับงานหนัก ให้กำลังผลิตสูง และให้คุณภาพงานระดับโรงพิมพ์
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือกับไฮเดลเบิร์กในครั้งนี้ จะช่วยให้ริโก้สามารถขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมการพิมพ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ประกอบกับทางไฮเดลเบิร์กเองก็สามารถนำผลิตภัณฑ์ Ricoh ProTM C901 Graphic Arts Edition ของริโก้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับระบบงานพิมพ์หลักของไฮเดลเบิร์ก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบการพิมพ์ดิจิตอลที่กำลังเติบโตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะทำให้แบรนด์ริโก้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย