การพิมพ์แบบถ่ายโอนความร้อน (TTO) เป็นเทคโนโลยีการพิมพ์วันที่ บาร์โค้ด และข้อมูลแปรผันบนบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น (flexible packaging) ที่ให้คุณภาพสูง เหมาะกับไลน์ผลิตความเร็วสูง
เครื่องพิมพ์ใช้ความร้อนจากหัวพิมพ์ในการถ่ายโอนหมึกจากริบบอนไปยังวัสดุของบรรจุภัณฑ์เพื่อพิมพ์ข้อมูลแปรผัน เช่น วันที่ผลิต/หมดอายุ , Lot, QR code

ทำไมต้องใช้ TTO?
TTO เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ผลิตที่ต้องการการพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงที่ใช้ความเร็วสูงและลดเวลาหยุดทำงานให้น้อยที่สุด
- คุณภาพการพิมพ์ที่ยอดเยี่ยม (สูงสุด 300 dpi)
- ทนต่อรอยเปื้อน รอยนิ้วมือและงานพิมพ์มีความทนทาน
- การพิมพ์ความเร็วสูงสำหรับสายการผลิตต่อเนื่อง
- การบำรุงรักษาต่ำกว่าเมื่อเทียบกับ CIJ และการปั๊มร้อน
- ลดขยะวัสดุสิ้นเปลือง
เมื่อใดควรใช้ TTO?
- ใช้กับบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น เช่น BOPP, PET, PP, ฟอยล์
- สายการผลิตความเร็วสูง
- ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลบ่อยครั้ง
- ต้องการการพิมพ์คุณภาพสูงและทนทาน
อุตสาหกรรมที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่นและต้องการใช้ TTO

เลือก TTO อย่างไร
TTO มีทั้งหมด 3 ประเภททั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัสดุบรรจุภัณฑ์แบบยืดหยุ่น ความต้องการด้านความทนทาน และคุณภาพการพิมพ์
ชนิดแว็กซ์ (wax)
เหมาะสำหรับ: บรรจุภัณฑ์ทั่วไป
คุณสมบัติ: ต้นทุนต่ำ, ทนรอยขีดข่วนหรือการเสียดสีต่ำ
ชนิดแว็กซ์เรซิ่น (wax resin)
เหมาะสำหรับ: บรรจุภัณฑ์ทั่วไป
คุณสมบัติ: ทนทานกว่าชนิดแว็กซ์ ทนต่อรอยเปื้อน รอยมือและการเสียดสีเล็กน้อยได้ดี
รุ่นที่แนะนำ: B130EM
ชนิดเรซิ่น (Resin)
เหมาะสำหรับ: วัสดุระดับพรีเมี่ยม
คุณสมบัติ: ความทนทานสูงสุด (ทนต่อสารเคมี ความร้อน และการเสียดสี) ให้ความคมชัดที่ยอดเยี่ยมเหมาะสำหรับสภาพอุตสาหกรรมหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานสูง
รุ่นที่แนะนำ: B130ET, B130ER
แหล่งข้อมูลแนะนำสำหรับคุณ

ลดความซับซ้อนจาก TTR และ Label สู่การพิมพ์ที่ง่ายกว่าด้วยกระดาษความร้อน
เพราะ ไม่ใช่ทุกการใช้งานจำเป็นต้องใช้ความทนทานสูงแบบริบบอนและลาเบล (TTR + Label) งานบางประเภทต้องการฉลากเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่พิมพ์จนถึงส่งมอบหรือจบกระบวนการ

การขนส่งและโลจิสติกส์ด้วยโซลูชัน AIDC
ธุรกิจ Transportation & Logistics ในปัจจุบันต้องรับมือกับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ความคาดหวังด้านการจัดส่งที่รวดเร็ว และความต้องการในการติดตามสถานะแบบแม่นยำ อีกทั้งการแข่งขันกันสูงทั้งด้านความเร็วและต้นทุน

POKA YOKE ป้องกันความผิดพลาด ก่อนที่จะกลายเป็นของเสีย
วิธีที่จะช่วยลดข้อผิดพลาดในโรงงานด้วยการออกแบบกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อนที่จะเกิดขึ้น หรือทำให้ตรวจพบความผิดพลาดได้ทันที เพื่อให้สินค้ามีความผิดพลาดน้อยที่สุด

