ทรัพย์สินขององค์กรไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร อุปกรณ์ IT เครื่องมือช่าง เครื่องมือวัดหรืออุปกรณ์สำนักงาน ล้วนเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า แต่หลายองค์กรยังเผชิญกับปัญหาการจัดการบริหารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งให้
- ทรัพย์สินสูญหาย ไม่รู้ว่า อยู่ที่ใคร
- ใช้เวลาหลายวันในการตรวจนับทรัพย์สินประจำปี
- ข้อมูลในระบบไม่ตรงกับของจริง
- พลาดกำหนดรอบการบำรุงรักษาซื้ออุปกรณ์ซ้ำเพราะไม่ทราบว่ามีอยู่แล้ว
ปัญหาเหล่านี้เมื่อเกิด
ขึ้นกับองค์กรที่มีทรัพย์สินจำนวนมากจะกลายเป็นต้นทุนแฝงทั้งค่าใช้จ่ายในการซื้อทดแทน เวลาในการค้นหาและประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง เปลี่ยนการจัดการทรัพย์สินให้ “มองเห็นได้” และ “ควบคุมได้” ด้วยระบบ Asset Management ผ่าน Barcode หรือ RFID คุณจะสามารถ
- ตรวจสอบข้อมูลและตำแหน่งของทรัพย์สินได้รวดเร็ว
- รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหรือผู้ใช้งาน
- ลดความผิดพลาดจากการบันทึกด้วยมือ
- ตรวจนับทรัพย์สินได้รวดเร็วและแม่นยำ
- วางแผนการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการทำงานของระบบ Asset Management ด้วย Barcode หรือ RFID
1. ลงทะเบียนข้อมูลทรัพย์สิน (Asset Registration)
นำข้อมูลทรัพย์สินเข้าสู่ระบบ เช่น รหัสทรัพย์สิน รายละเอียดสินค้า รุ่น หมายเลขserial แผนก ผู้รับผิดชอบ สถานที่จัดเก็บและวันที่จัดซิ้อ
2. ติด Barcode Label หรือ RFID Tag
กำหนดรหัสเฉพาะให้กับทรัพย์สินแต่ละรายการด้วย Barcode label หรือ RFID tag เพื่อให้สามารถระบุและติดตามทรัพย์สินแต่ละชิ้นได้อย่างแม่นยำ
หากข้อมูลทรัพย์สินอยู่ในระบบหรือ excel สามารถใช้ BarTender Labeling Software เพื่อดึงข้อมูลมาเพื่อสร้างและพิมพ์ฉลาก ทุกครั้งที่มีการเพิ่มทรัพย์สินใหม่ในระบบ ข้อมูลสามารถถูกส่งมายัง BarTender เพื่อสร้างและพิมพ์ฉลากได้ทันที สามารถรองรับ Barcode, QR Code และ RFID และลดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ แนะนำ Edition ดังนี้

Professional Edition เหมาะสำหรับ
- ดึงข้อมูลจาก Excel, CSV, SQL Database
- พิมพ์ Barcode และ QR Code
- ระบบ Asset Management ขนาดเล็กถึงกลาง
ข้อดี
- เชื่อมฐานข้อมูลได้
- สร้าง Asset Tag อัตโนมัติได้
- ราคาประหยัด
ข้อจำกัด
- ไม่มี Workflow Automation
- ไม่มี Web Printing
Automation Edition เหมาะสำหรับ
- เชื่อมต่อ Asset Management System โดยตรง
- พิมพ์ฉลากอัตโนมัติเมื่อมีการสร้าง Asset ใหม่
- รองรับ API, Integration Builder, Web Service
ข้อดี
- รองรับการทำงานอัตโนมัติ
- เชื่อม ERP, MES, Asset Management
- ลดงาน Manual ได้มาก
เป็นรุ่นที่องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้กับระบบ Asset Management
Enterprise Edition เหมาะสำหรับ
- องค์กรขนาดใหญ่หลายสาขา
- ต้องการควบคุมสิทธิ์ผู้ใช้งาน
- ต้องการ High Availability และ Centralized Management
ข้อดี
- ทุกความสามารถของ Automation
- Single Sign-On (SSO)
- Audit Trail
- Security ระดับองค์กร
3. ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลผ่าน Mobile Devices
พนักงานสามารถใช้เครื่องแสกนบาร์โค้ด(Barcode Scanner) หรือเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Mobile computer) หรือ RFID Reader ในการแสกนทรัพย์สินเพื่อเข้าถึงข้อมูลและบันทึกสถานะการใช้งานได้ทันที
แนะนำเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา: MC3300 MC3400, MC3450 MC9400, MC9450 TC22, TC27 TC53, TC58
แนะนำ RFID Reader: RFD40 RFD90 FX9600
4. ติดตามตำแหน่งหรือผู้รับผิดชอบ
ระบบสามารถแสดงข้อมูลว่า ทรัพย์สินอยู่ที่ใด อยู่ในความรับผิดชอบของใครหรือมีการเคลื่อนย้ายไปยังแผนกใด ทำให้การค้นหาเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
5. ตรวจนับทรัพย์สิน (Asset Audit)
ลดระยะเวลาการตรวจนับจากการจดบันทึกด้วยมือด้วยการแสกน Barcode หรืออ่านข้อมูล RFID ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูล
6. บริหารวงจรชีวิตทรัพย์สิน (Asset Lifecycle Management)
ติดตามประวัติการใช้งาน การซ่อมบำรุง อายุการใช้งาน และวางแผนการเปลี่ยนทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเชื่อมต่อระหว่าง และ Asset Management System ช่วยยกระดับการจัดการทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การสร้างรหัสประจำทรัพย์สิน ไปจนถึงการติดตามข้อมูลตลอดอายุการใช้งาน
ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ
- ตรวจสอบทรัพย์สินได้รวดเร็วผ่านการสแกน QR Code
- ลดเวลาการทำ Stock Audit และ Asset Verification
- เพิ่มความถูกต้องของข้อมูลในระบบ
- ลดการสูญหายของทรัพย์สิน
- รองรับการตรวจสอบย้อนหลัง (Traceability)
แหล่งข้อมูลแนะนำสำหรับคุณ

โรงพยาบาลของคุณยังใช้สายรัดข้อมือแบบเดิมอยู่หรือไม่
โรงพยาบาลของคุณยังใช้สายรัดข้อมือแบบสอดกระดาษหรือแบบเขียนและพบปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่
ระบบจัดการเอกสารและ Workflow อัตโนมัติ ด้วย RICOH Kintone plus และ DocuWare
ระบบจัดการเอกสารและ Workflow อัตโนมัติ ด้วย RICOH Kintone plus และ DocuWare

สารต้องห้ามที่ผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยุโรปและสหรัฐอเมริกาควรรู้
การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจและการดำเนินธุรกิจในระดับสากล

