คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ในการจัดการสินค้าอยู่ในคลังอยู่หรือไม่
“ในระบบบอกว่ามี Stock แต่ของอยู่ตรงไหน?”
“สินค้า Lot นี้เก็บอยู่ Rack ไหน?”
“ทำไม Picking List มีสินค้า แต่พนักงานหาไม่เจอ?”
คำถามเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นปัญหาหน้างานทั่วไป แต่สำหรับคลังสินค้าที่มีสินค้า SKU ปริมาณมากๆ ปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลต่อทั้งเวลา ต้นทุน และประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าเพราะปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่เรื่องไม่มีสต๊อคแต่อาจเป็นเพราะคลังสินค้ายังไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สินค้าอะไร → จำนวนเท่าไหร่ → อยู่ที่ไหน → Lot ไหน → สถานะอะไร
ทำไมสินค้าอยู่ในคลังสินค้าแต่พนักงานกลับหาไม่เจอ?
เมื่อสินค้าถูกรับเข้ามาในคลังสินค้าขั้นตอนต่อไปคือการนำสินค้าไปจัดเก็บ หากขั้นตอนนี้ยังอาศัยการจำตำแหน่ง การจดบันทึก หรือการ อัพเดทข้อมูลด้วย Manual Process อาจเกิดความผิดพลาดได้ง่าย
- นำสินค้าไปเก็บผิด Rack หรือผิด Location
- นำสินค้าไปเก็บผิด Rack หรือผิด Location
- SKU ลักษณะคล้ายกันถูกจัดเก็บผิดตำแหน่ง
- ข้อมูลใน Excel หรือระบบไม่ตรงกับสินค้าจริง
- สินค้าถูกย้ายชั่วคราว แต่ไม่มีประวัติการเคลื่อนย้าย
เมื่อถึงขั้นตอนหยิบ (Picking) พนักงานจึงต้องใช้เวลาเดินหา ตรวจสอบ หรือสอบถามพนักงานคนอื่น จากงานที่ควรใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที อาจกลายเป็นเวลาที่สูญเสียไปกับการ “ตามหาสินค้า”
ปัญหาเล็ก ๆ ที่สร้างต้นทุนมากกว่าที่คิด
เวลาที่ใช้ค้นหาสินค้าไม่ได้กระทบแค่ Productivity ของพนักงานคลังสินค้า แต่สามารถส่งผลต่อกระบวนการถัดไปทั้งหมด
หา Stock ไม่เจอ > หยิบสินค้าล่าช้า > บรรจุล่าช้า > ส่งล่าช้า > ลูกค้าได้รับสินค้าช้าลง
ในบางกรณีระบบอาจแสดงว่ายังมีสินค้าอยู่ แต่เมื่อหาไม่พบ พนักงานอาจต้องเช็คหรือนับสต๊อคใหม่อีกครั้งหรือใช้คนหลายคนช่วยกันค้นหาต้นทุนที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีแค่ “เวลาที่เสียไป” แต่รวมถึงตัวเงินที่ต้องจ่าย เช่น การเพิ่มกำลังคน การจ่ายค่าทำงานล่วงเวลา เป็นต้น
แก้ไขปัญหาด้วยระบบการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System)
Warehouse Management System (WMS) คือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง Item → Quantity → Lot/Serial → Location → Status
ด้วยการใช้ร่วมกับ Barcode และ RFID ช่วยให้การเคลื่อนไหวของสินค้าแต่ละขั้นตอนถูกบันทึกได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่ Receiving → Put-away → Storage → Picking → Packing → Shipping
เมื่อมีการรับสินค้า ย้ายสินค้า หรือหยิบสินค้า ทุก Transaction สามารถถูกอัพเดทผ่านการแสกนทำให้สามารถติดตามได้ว่าสินค้า ควรอยู่ที่ไหน และมีจำนวนเท่าไร
พนักงานสามารถแสกนรหัสสินค้าและสถานที่ เพื่อยืนยันว่า “สินค้าชิ้นนี้ ถูกนำไปเก็บที่ตำแหน่งนี้ และเมื่อมีการย้ายหรือหยิบสินค้า ระบบก็สามารถอัพเดท Transaction ช่วยลดการพึ่งพาการจำตำแหน่งและการบันทึกข้อมูลด้วยมือ

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกเชื่อมต่อกับ Barcode / RFID + Scanner / Mobile Computer + Warehouse Management System องค์กรจะสามารถสร้าง Inventory Visibility ที่ดีขึ้น ลดเวลาค้นหาสินค้า ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพของ Warehouse Operation เพราะคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ “มีสินค้าอยู่ในคลัง” แต่ต้องสามารถ “รู้ว่าสินค้าอยู่ที่ไหน และหยิบมาใช้งานได้เมื่อจำเป็น”

.jpg)
Barcode — Practical Starting Point
เหมาะกับองค์กรที่มีสินค้าจำนวนไม่มาก เนื่องจากต้องแสกนสินค้าทีละชิ้น ต้นทุนไม่สูง ระบบไม่ซับซ้อน
RFID — Increased Speed & Visibility
เหมาะกับองค์กรที่ต้องการอ่านข้อมูลจำนวนมากหรือทำ Inventory ให้เร็วขึ้น สามารถอ่านหลาย Tag ในช่วงเวลาเดียวกันได้
ระบบสามารถจับรายการที่อ่านได้โดยอัตโนมัติ แทนการแสกนบาร์โค้ดทุกกล่อง ข้อดี คือ ความเร็ว การอ่านแบบสินค้าจำนวนมาก และระบบอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาเรื่องต้นทุน

Mobile Computer ผู้ช่วยสำคัญสำหรับงานคลังสินค้า
Zebra MC3400 ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับงานคลังสินค้า โลจิสติกส์ และการผลิตโดยเฉพาะ รองรับการทำงานร่วมกับระบบ WMS และ ERP ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถใช้งานได้หลากหลายกระบวนการ เช่น Receiving (รับสินค้าเข้า), Put Away (จัดเก็บสินค้า), Picking (หยิบสินค้า), Packing (แพ็คสินค้า), Shipping (จัดส่งสินค้า), Inventory Counting (ตรวจนับสต็อก)
แหล่งข้อมูลแนะนำสำหรับคุณ
730x350-1.jpg)
พิมพ์วันที่แบบไหน…เหมาะกับสายการผลิตของคุณ
การพิมพ์ วันผลิต (MFG), วันหมดอายุ (EXP), Lot No. และ Batch No. อาจดูเป็นเพียงขั้นตอนเล็ก ๆ ในสายการผลิต แต่ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งคุณภาพสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต

ปัญหาเล็ก ๆ ที่สร้างต้นทุนมากกว่าที่คุณคิดในการจัดการสินค้าคงคลัง
คำถามเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นปัญหาหน้างานทั่วไป แต่สำหรับคลังสินค้าที่มีสินค้า SKU ปริมาณมากๆ ปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลต่อทั้งเวลา ต้นทุน และประสิทธิภาพในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าเพราะปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่เรื่องไม่มีสต๊อค
7 สัญญาณว่าองค์กรของคุณควรเปลี่ยน Manual Asset Tracking มาใช้ Asset Management
หลายองค์กรยังจัดการทรัพย์สินด้วย Excel, เอกสาร หรือการตรวจนับด้วยคน ซึ่งอาจเพียงพอเมื่อจำนวนทรัพย์สินยังไม่มาก แต่เมื่อองค์กรเติบโต มีอุปกรณ์เพิ่มขึ้น หรือมีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินระหว่างพนักงาน แผนก และสถานที่ การจัดการแบบ Manual อาจเริ่มกลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น องค์กรของคุณกำลังเจอสัญญาณเหล่านี้หรือไม่?

