ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า
(Privacy Notice for Customers)
บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ริโก้ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รายละเอียดดังต่อไปนี้
ข้อ 1. ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้มีผลบังคับใช้กับใคร
1.1 บุคคลธรรมดา เช่น ลูกค้าผู้ใช้บริการของบริษัท ผู้ที่เป็นลูกค้า ผู้ที่เคยเป็นลูกค้า ลูกค้าในอดีต ลูกค้าปัจจุบัน ผู้ที่อาจจะเป็นลูกค้าในอนาคต
1.2 บุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคล เช่น พนักงาน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้แทน ผู้ถือหุ้น บุคคลผู้มีอำนาจ กรรมการ ผู้บริหาร ตัวแทน ผู้ติดต่อประสานงาน บุคคลธรรมดาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลของบริษัท
1.3 บุคคลธรรมดาใดๆ ที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมา เช่น ผู้ติดต่อสอบถามบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ ผู้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน คู่สมรส หรือบุคคลที่สามอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า
บุคคลทั้งหมดข้างต้นจะถูกเรียกรวมในประกาศนี้ว่า “ท่าน” หรือ “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” และถือเป็นกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท รวมถึงผู้ใช้บริการ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม/แคมเปญ ผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมาย
ข้อ 2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทประมวลผล
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่างๆ โดยตรงจากท่านหรือโดยอ้อมจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยอาจแบ่งประเภทข้อมูลส่วนบุคคลได้ ดังนี้
| ประเภทของข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทประมวลผล |
| ข้อมูลส่วนตัว | ชื่อ-นามสกุล, เพศ, อายุ, วันเกิด, สัญชาติ, อาชีพ, เลขบัตประชาชน/พาสปอร์ต, ลายมือชื่อ, รูปถ่าย |
| ข้อมูลติดต่อ | ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน/จัดส่ง, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ID โซเชียลมีเดีย (Facebook) |
| ข้อมูลที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ (Official Records) | เลขบัตรประชาชน, เลขหนังสือเดินทาง, เลขผู้เสียภาษี, ใบอนุญาตต่างๆ, หนังสือรับรองบริษัทที่มีรายชื่อกรรมการ |
| ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว | ศาสนา, เชื้อชาติ, ข้อมูลสุขภาพ, ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ในกรณีที่ปรากฏบนบัตรประชาชน บริษัทจะมีมาตรการปกปิด เช่น การถมดำ/ขีดทับ) |
| ข้อมูลการเงิน | ข้อมูลบัตรเครดิต/เดบิต, หมายเลขบัญชีธนาคาร, ประเภทบัตร, รายละเอียดการชำระเงิน, ประวัติคำสั่งซื้อ, รายการขอคืนเงิน |
| ข้อมูลธุรกรรม | รายละเอียดการซื้อสินค้า/บริการ, Order ID, วัน–เวลาทำรายการ, รายการสินค้า, จำนวนเงิน, สถานะการชำระเงิน, ข้อมูลรับ–ส่งของ, การลงชื่อผู้รับ, รายละเอียดการรับประกัน, ข้อร้องเรียน |
| ข้อมูลพฤติกรรมและความสนใจ | ประวัติการสั่งซื้อ, ความสนใจในผลิตภัณฑ์, การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย, การตอบแบบสอบถาม, การใช้ส่วนลด, ประวัติกิจกรรมออนไลน์ |
| ข้อมูลทางเทคนิค | IP Address, ประเภทบราว์เซอร์, หน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม, ระยะเวลาในการเข้าชม, ข้อมูล UTM (เฉพาะกรณีที่ผู้ใช้งานกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์), คุกกี้ (Cookies) |
| ข้อมูลบุคคลที่สาม | ชื่อ–นามสกุล, เบอร์โทร, ที่อยู่ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ติดต่อฉุกเฉิน, คู่สมรส, บุตร, ผู้รับมอบอำนาจ |
| ข้อมูลจากการสื่อสาร | ข้อมูลที่ได้รับจากอีเมล, เว็บเมล, การสนทนา, การร้องเรียน, ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครใจรับข่าวสาร/โฆษณา |
| ข้อมูลภาพ | ภาพถ่าย, วิดีโอ, เสียงที่บันทึกจากกิจกรรมต่างๆ, ภาพจาก CCTV ภายในอาคารหรือพื้นที่บริษัท |
กรณีบริษัทได้รับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นใดของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตนในการก่อนิติสัมพันธ์ทางกฎหมาย และ/หรือการทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทข้อมูลที่ได้รับอาจจะมีข้อมูลศาสนาหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บจากท่าน ยกเว้นกรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมหรือมีฐานทางกฎหมายอื่นในการประมวลผล
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลศาสนาหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) ที่ปรากฏในเอกสารเกี่ยวกับการยืนยันตัวตน โดยที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมหรือไม่ได้ทำการปกปิดไว้หรือบริษัทไม่มีฐานทางกฎหมายในการประมวลผล ท่านรับทราบและเข้าใจว่าบริษัทจะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวิธีการจัดการที่เหมาะสม เช่น การถมดำ การขีดทับ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจได้รับข้อมูลบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องกับท่านโดยท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลกับบริษัท เช่น บุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น ซึ่งบริษัทใช้ข้อมูลเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน โปรดแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แก่บุคคลที่สามและขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวหากจำเป็น เว้นแต่ว่ามีข้อยกเว้นตามกฎหมายที่บริษัทไม่ต้องขอความยินยอม
บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ (บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ กล่าวคือ อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสหรือกรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด) คนเสมือนไร้ความสามารถ คนไร้ความสามารถ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ ตามแต่กรณี หรือหากไม่ได้อาศัยฐานทางกฎหมายอื่นใด ทั้งนี้ หากบริษัททราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลเหล่านี้ โดยมิได้รับความยินยอมและโดยไม่ได้อาศัยฐานทางกฎหมายอื่น บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวทันทีที่บริษัททราบ
ข้อ 3.แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทดำเนินการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ผ่านกระบวนการ ดังนี้
3.1 ข้อมูลที่ท่านให้กับบริษัทโดยตรง เช่น ข้อมูลที่ปรากฏในการ ติดต่อขอใบเสนอราคา (Quotation) การสั่งซื้อสินค้า การขอทดลองใช้งาน (Demo) ข้อมูลที่ใช้สำหรับลงทะเบียนรับบริการหลังการขาย การแจ้งปัญหา การติดตั้งหรือขอรับบริการจากบริษัท เอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชน ข้อมูลงานซ่อม/บำรุงรักษา หรือเอกสารยืนยันการให้บริการอื่นๆ ข้อมูลที่เกิดจากการติดต่อกับบริษัทผ่านโทรศัพท์ อีเมล การสนทนากับทีมขาย/ทีมบริการ รวมถึงข้อมูลเสียงหรือภาพจากการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ ข้อมูลที่ท่านให้เมื่อทำแบบสำรวจความพึงพอใจ (Customer Satisfaction Survey) หรือข้อเสนอแนะความคิดเห็นต่างๆ
3.2 ข้อมูลที่บริษัทจัดเก็บอัตโนมัติ เมื่อท่านเข้าใช้บริการผ่านระบบของบริษัทหรือเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น บริษัทอาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า “คุกกี้” หรือเทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะการทำงานเหมือนหรือคล้ายกัน
3.3 ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอกหรือข้อมูลสาธารณะที่เชื่อถือได้ เช่น กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน แหล่งข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการข้อมูล (Data Providers) หน่วยงานหรือบริษัทหรือสมาคมหรือสมาพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับบริการของท่าน เป็นต้น
3.4 ข้อมูลที่ท่านร่วมทำกิจกรรมกับบริษัท เช่น กิจกรรมทางการตลาด การประกวด การจับฉลากชิงโชค งานอีเว้นท์ หรืองานแข่งขันต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยหรือในนามของบริษัท คู่ค้า และ/หรือพันธมิตรที่ร่วมทำกิจกรรมกับบริษัท หรือบริษัทมอบหมายหรืออนุญาตให้ทำกิจกรรมดังกล่าว เป็นต้น
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
วัตถุประสงค์ที่บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานความยินยอม เช่น เพื่อทำการตลาดและการติดต่อสื่อสาร การใช้บริการ การเสนอข้อเสนอพิเศษ การเสนอโปรโมชัน ส่วนลด สิทธิพิเศษ การแจ้งเตือน การแจ้งข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับบริการจากบริษัท รวมถึงบริษัทในเครือของ และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นใดได้
วัตถุประสงค์ที่บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นดังต่อไปนี้
(1) ฐานการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
(2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญาหรือการเข้าทำสัญญาหรือปฏิบัติตามสัญญากับท่าน
(3) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
(4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลภายนอก
(5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ
(6) ฐานประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ
บริษัทอาศัยฐานการประมวลผลข้างต้นหรือฐานทางกฎหมายอื่นๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต แล้วแต่กรณี เช่น
(1) การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้
(2) การดำเนินกิจกรรมของมูลนิธิหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
(3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(4) เป็นการจำเป็นที่เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
(5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
(ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์
(ข) ประโยชน์ด้านการสาธารณสุข
(ค) การคุ้มครองแรงงานและการคุ้มครองทางสังคม
(ง) การศึกษาวิจัย
(จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยมีฐานทางกฎหมายรองรับตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อเข้าทำสัญญา และจัดการความสัมพันธ์ทางสัญญาระหว่างบริษัทกับท่าน
- เพื่อดำเนินการสั่งซื้อสินค้า/บริการ รวมถึงการจัดส่ง การจัดเก็บ การเปลี่ยนสินค้า การคืนเงิน และการให้บริการหลังการขาย
- เพื่อจัดการธุรกรรมการเงิน เช่น การชำระเงิน ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ การตรวจสอบ/ยกเลิกธุรกรรม การทำธุรกรรมเกี่ยวกับเช็ค
- เพื่อลงทะเบียน และยืนยันตัวตนก่อนเข้าถึงบริการ
- เพื่อจัดเตรียมข้อมูลสถานะคำสั่งซื้อ การนัดหมายบริการ การรับประกันสินค้า
- เพื่อติดต่อประสานงาน แจ้งปัญหา ให้คำแนะนำ และแจ้งสถานะงานบริการ
- เพื่อจัดการข้อร้องเรียน ข้อพิพาท การสอบสวนหรือการติดตามงานบริการ
- เพื่อให้บริการสนับสนุนลูกค้า เช่น การตอบคำถาม การสอบถามข้อมูล การซ่อมแซม และบริการหลังการขายอื่นๆ
- เพื่อจัดส่งสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการแก่ท่าน
- เพื่อบริหารและปรับปรุงประสิทธิภาพสินค้าหรือบริการ
- เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า พฤติกรรมการใช้งาน การแบ่งกลุ่มผู้บริโภค แนวโน้มการบริโภค และความพึงพอใจ
- เพื่อศึกษาข้อมูลจากประวัติการซื้อ รุ่นสินค้า วันที่ลงทะเบียนทางออนไลน์/ออฟไลน์
- เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งานและปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจ
- เพื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้งานของระบบออนไลน์ เช่น Log Files, Cookie,ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์
- เพื่อบริหารจัดการผู้ขาย/คู่ค้า เช่น ใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้ และการประสานงานธุรกิจ
- เพื่อบันทึกภาพผ่าน CCTV เพื่อรักษาความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สิน
- เพื่อดำเนินการตรวจสอบภายใน/ภายนอก การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการ
- เพื่อการจัดการเหตุฉุกเฉิน การป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อบุคคล
- เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ การแก้ไขปัญหา การพัฒนาเชิงคุณภาพ
- เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่ลูกค้าอาจสนใจ (product relevance)
- เพื่อประเมินประสิทธิภาพรายการส่งเสริมการขาย
หมายเหตุ: บริษัทใช้เฉพาะคุกกี้ที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ภายใต้ฐานผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (ไม่ต้องขอความยินยอม แต่จะแสดงข้อความแจ้งเตือนให้ทราบ)
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร บัญชี แรงงาน ป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาล หน่วยงานรัฐ หรือข้อกำกับที่เกี่ยวข้อง
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การตอบสนองสิทธิของเจ้าของข้อมูล
- เพื่อสนับสนุนการสอบสวนของหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานความปลอดภัย หรือกระบวนการยุติธรรม
- การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ
- การดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของธนาคาร หรือการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัทฯ
ในกรณีที่ท่านไม่สามารถจัดเตรียมข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทต้องการจัดเก็บตามเงื่อนไขของกฎหมายเนื่องจากการเข้าทำสัญญาหรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาต่อท่าน ท่านรับทราบและเข้าใจว่าในกรณีดังกล่าว อาจทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้างต้นได้
ทั้งนี้ การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทอาจส่งผลกระทบต่อท่าน กล่าวคือ บริษัทไม่อาจดำเนินการตามที่ท่านร้องขอหรือตามสัญญาได้ โดยบริษัทอาจไม่สามารถเสนอบริการของบริษัทบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านได้ และท่านอาจไม่ได้รับความสะดวก หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญา และอาจได้รับความเสียหาย/เสียโอกาส ในบางกรณี การที่ท่านไม่ให้ข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใดๆ ที่บริษัทหรือท่านมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามและอาจมีบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัว โดยอาจครอบคลุมถึงผู้ให้บริการต่างๆ หน่วยงานราชการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านอาจอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลเหล่านั้นด้วย ทั้งนี้บริษัทแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายของบุคคลภายนอกเพิ่มเติม
5.1 กลุ่มบริษัทริโก้
ในฐานะที่บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทริโก้ ข้อมูลของคุณอาจถูกเข้าถึง หรือเผยแพร่ให้กับบริษัทอื่นๆ ภายในกลุ่มบริษัทริโก้ตามวัตถุประสงค์ในประกาศนโยบายฯ ฉบับนี้ กรณีดังกล่าวเป็นการอนุญาตให้บริษัทอื่นๆ ภายในกลุ่มบริษัทริโก้อ้างถึงความยินยอมที่บริษัทได้รับ
5.2 บุคคลภายนอก
บริษัทอาจว่าจ้างบริษัทอื่น ตัวแทน หรือผู้รับจ้างในการให้บริการแก่บริษัท โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลภายนอกเหล่านั้น ดังต่อไปนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
- ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบ และโปรแกรมสำเร็จรูป
- ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ คลังสินค้าและขนส่ง
- ผู้สอบบัญชีและผู้ตรวจสอบ
- ผู้ให้บริการด้านโฆษณา สื่อ ประชาสัมพันธ์ และการสื่อสาร
- ผู้จัดงานหรือกิจกรรมทางการตลาด
- ตัวแทนขาย
- ผู้ให้บริการระบบจัดเก็บข้อมูลและระบบคลาวด์
- ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยสถานที่
- ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงิน กฎหมาย และเทคโนโลยี
- บริษัทในเครือ คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ
- ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล
- สมาคมหรือสมาพันธ์ที่เกี่ยวข้อง
ผู้ให้บริการดังกล่าวอาจจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลของคุณเพื่อดำเนินงานตามหน้าที่ และบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและไม่ใช้ข้อมูลเกินกว่าที่กำหนด
5.3 หน่วยงานของรัฐหน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ในบางกรณี บริษัทอาจจะจำเป็นที่จะต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล เจ้าพนักงาน หน่วยงานรัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมาย หรือบุคคลอื่น ในกรณีที่บริษัทมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเป็นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อความปลอดภัย เพื่อตรวจสอบ ป้องกัน จัดการเกี่ยวกับปัญหาการทุจริต
ข้อ 6.คุกกี้
ในกรณีที่คุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เราจะรวบรวมข้อมูลเฉพาะอย่างโดยอัตโนมัติจากคุณโดยใช้คุกกี้ คุกกี้คือข้อมูลส่วนเล็กๆ หรือข้อความที่ส่งจากคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ และถูกใช้เพื่อเก็บหรือติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าใช้เว็บไซต์ของคุณ และยังใช้เพื่อวิเคราะห์ความนิยม บริการจัดการเว็บไซต์ของเรา การติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ในเว็บไซต์ของเรา หรือเพื่อจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้ คุกกี้บางประเภท
มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากปราศจากคุกกี้ดังกล่าว เว็บไซต์อาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ คุกกี้ประเภทอื่นนอกจากนั้น ช่วยให้เราต่อยอดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณ การปรับเนื้อหาให้ตรงกับความชื่นชอบของคุณ และอำนวยความสะดวกให้คุณในการใช้งานเว็บไซต์
เว็บบราว์เซอร์ส่วนใหญ่จะอนุญาตให้คุณตัดสินใจว่าต้องการจะยอมรับหรือไม่ยอมรับคุกกี้ ในกรณีที่คุณปฏิเสธ ลบทิ้ง หรือบล็อคคุกกี้ อาจส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ในการใช้งานของคุณ กรณีที่ไม่มีคุกกี้ ความสามารถของคุณในการใช้งานลักษณะเฉพาะ หรือพื้นที่บางส่วนของเว็บไซต์อาจถูกจำกัด
นอกจากนี้ บุคคลภายนอกอาจใช้คุกกี้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของท่าน ตามประวัติกิจกรรมการของเข้าชมเว็บไซต์ของท่าน บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจเก็บรวบรวมประวัติของท่านหรือข้อมูลอื่นเพื่อให้ทราบว่าท่านเข้าถึงเว็บไซต์อย่างไร และเว็บเพจที่ท่านเข้าไปเยี่ยมชมหลังจากที่ออกจากเว็บไซต์ของบริษัท ข้อมูลที่รวบรวมผ่านระบบอัตโนมัติเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้บนเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งนี้ ท่านเองก็อาจตกอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวหรือนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกเหล่านั้นได้เช่นกัน บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว หรือนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกดังกล่าวเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บุคคลภายนอกดังกล่าวประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วย
ข้อ 7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
7.1 บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ หรือขอความยินยอมจากท่าน
7.2 บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านไว้ในคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือระบบคลาวด์ (Cloud) ที่ให้บริการโดยบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และบริษัทจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม
7.3 กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองและท่านสามารถใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงบริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม
และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ
ข้อ 8. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
8.1 บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานตราบเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับ มาตรฐานทางธุรกิจ หรือมาตรฐาน ISO (International Organization for Standardization) ที่บริษัทใช้บังคับอยู่ เช่น เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลา 10 ปีตามอายุความของกฎหมาย เป็นต้น
8.2 บริษัทจะยังดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป แม้ว่าท่านจะยุติความสัมพันธ์กับบริษัทเท่าที่จำเป็นตามข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือทำการเก็บใน
รูปแบบที่ทำให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น “การทำข้อมูลนิรนาม” (Anonymous Data) เป็นต้น
8.3 บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ไม่สามารถระบุชื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือโดยประการอื่นเพื่อจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือเมื่อบริษัทต้องปฏิบัติตามคำขอของท่านให้บริษัททำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ข้อ 9. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- สิทธิในการได้รับแจ้ง ท่านมีสิทธิได้รับแจ้งรายละเอียดวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ชัดเจน รวมถึงประกาศการใช้คุกกี้ (Cookie Policy)
- สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านสามารถขอเพิกถอนความยินยอมที่เคยให้บริษัทไว้ได้ทุกเมื่อ (ในกรณีที่บริษัทอาศัยฐานความยินยอมในการประมวลผล)
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ท่านสามารถขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
- สิทธิในการแก้ไขข้อมูล ท่านสามารถขอปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- สิทธิในการลบข้อมูล ท่านสามารถขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อหมดความจำเป็นหรือตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการโอนข้อมูล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ รวมถึงขอให้โอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
- เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัททำการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
- ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
- เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์บริษัทได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้เราเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน
- เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล ท่านสามารถขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากเป็นการดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์การตลาดแบบตรง เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น บริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของบริษัท)
- สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ท่านเชื่อว่าบริษัท พนักงาน หรือผู้รับจ้างของบริษัท กระทำการละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ในกรณีที่ท่านยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทมีสิทธิและดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการตอบรับเพื่อดำเนินการตามคำร้องขอหรือปฏิเสธคำขอของท่าน ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย
ข้อ 10. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าบุคลากรของบริษัทและบุคคลภายนอกที่ดำเนินการในนามของบริษัทได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงหน้าที่ในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) มาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measures) รวมถึงมาตรการเชิงกายภาพ (Physical Measures) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทประมวลผลข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ บริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะตามความจำเป็นและเหมาะสม นอกจากนี้ผู้บริหาร พนักงาน ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนด รวมถึงข้อตกลงในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทมีการดำเนินการทบทวน ปรับปรุงขั้นตอน และมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และให้การรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ความสมบูรณ์ ความถูกต้องและความพร้อมใช้งานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีมาตรการในการปกป้อง การสูญหายและการเก็บรวบรวม การเข้าถึง การใช้ การดัดแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อ 11. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้ก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับ
ตามที่บริษัทได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ไว้กับบริษัท ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัท ในฐานะพนักงาน ลูกจ้าง ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการของบริษัท หรือฐานะอื่นๆ ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลใช้บังคับ บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่าบริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของท่านต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิมที่ทางบริษัทได้ทำการจัดเก็บและใช้อยู่ก่อนแล้วเท่านั้น
บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่านหรือกฎหมายอนุญาตให้สามารถกระทำได้
หากบริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เดิมที่ได้มีการเก็บรวบรวมและใช้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบและจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหลักการและวิธีการที่กฎหมายกำหนด โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามประกาศความเป็นส่วนตัว
ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่ท่านให้ไว้กับบริษัทก่อนที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะมีผลบังคับใช้ โดยติดต่อบริษัทโดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
ข้อ 12. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทจะดำเนินการการพิจารณาทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติ กฎหมาย รวมถึงข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หากมีการเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงพร้อมกับประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับปรับปรุง ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทและช่องทางอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นระยะๆ
ข้อ 13. ช่องทางการติดต่อ
| เจ้าหน้าที่รับผิดชอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | [email protected] |
| สถานที่ติดต่อ | บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานใหญ่ (อ่อนนุช) 341 ถนนอ่อนนุช ประเวศ กรุงเทพ 10250 ประเทศไทย |
ข้อ 14. กฎหมายที่ใช้บังคับ
ท่านรับทราบและตกลงให้ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ อยู่ภายใต้การบังคับและการตีความตามกฎหมายไทยและศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทใดที่อาจเกิดขึ้น
News & Events
Keep up to date
- 10เม.ย.
ริโก้ปรับเพิ่มเป้าหมายการลดคาร์บอนภายใต้กลยุทธ์ ESG ใหม่ ในแผนกลยุทธ์ระยะกลางล่าสุด
- 08เม.ย.
ริโก้ ประเทศไทย ลงนาม MOU ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) เสริมสร้างโอกาสนักศึกษาฝึกงานสู่โลกการทำงาน
- 31มี.ค.
ริโก้ได้รับการจัดอันดับระดับ ‘Platinum’ จาก EcoVadis ด้านความยั่งยืนเป็นปีที่สองติดต่อกัน
- 06มี.ค.
ริโก้ได้รับการจัดอันดับ ลำดับที่ 48 ในรายชื่อ Carbon Clean200™ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดทำโดย Corporate Knights และ As You Sow