3 ประโยชน์ที่ได้รับจากบริการการกู้คืนจากความเสียหายในโลกหลังเกิดโรคระบาด

24 ธ.ค. 2564
 

ในช่วงเริ่มแรกการระบาดใหญ่ของโรคโควิด 19 ธุรกิจต่างๆ พยายามหาทางออกว่าพวกเขาจะยังคง “ออนไลน์” และรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างไร ดังนั้นความต่อเนื่องทางธุรกิจจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมาทันที แม้จะมีทางเลือกที่จำกัด แต่ไม่นานต่อมาก็มีนวัตกรรมต่างๆ ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ เมื่อเราเริ่มปรับเปลี่ยนการทำงานอันเนื่องมาจากการระบาดใหญ่ ประสบการณ์เหล่านี้ได้เปลี่ยนความคาดหวังของเราเกี่ยวกับความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างถาวร

แล้วความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ดีที่สุดจะเป็นอย่างไรในยุคดิจิทัลหลังการระบาดใหญ่ ประการแรกคือเริ่มต้นจากการประเมินการปฏิบัติที่ดีที่สุดของความต่อเนื่องทางธุรกิจใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการกู้คืนจากความเสียหาย (Disaster Recovery หรือ DR) ในขณะที่ Recovery Time Objective (RTO), Recovery Point Objective (RPO) และงบประมาณมักจะเป็นปัจจัยหลักในระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยวิธีการคลาวด์เบสแบบใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมากทำให้กลยุทธ์ DR ที่ดีที่สุด พร้อมกับ RTO และ RPO ที่มีประสิทธิภาพสูงนั้นมีความสามารถมากกว่าที่เคย

ด้วยวิธีการคลาวด์เบสแบบใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมากทำให้กลยุทธ์ DR ที่ดีที่สุด พร้อมกับ RTO และ RPO ที่มีประสิทธิภาพสูงนั้นมีความสามารถมากกว่าที่เคย

DRaaS ช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุมาตรฐานที่สูงขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

เช่นเดียวกันกับมุมมองอื่นๆ ของธุรกิจดิจิทัลสมัยใหม่ เทคโนโลยีคลาวด์เบสเป็นตัวช่วยสำคัญในเรื่อง DR นี่คือประโยชน์สามประการที่ธุรกิจของคุณจะได้รับจากการใช้โซลูชัน Disaster recovery as a service (DRaaS)

  1. ความยืดหยุ่น: คุณสามารถปรับเปลี่ยนโซลูชันให้เหมาะกับเป้าหมายความต่อเนื่องทางธุรกิจของคุณได้ เมื่อคุณสังเกตเรื่องของความสามารถและค่าใช้จ่ายตามที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้า ก็จะพบว่าเรื่องค่าใช้จ่ายมาก่อนเสมอเนื่องจากงบประมาณที่จำเป็นในการบรรลุ RTO และ RPO ที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันนั้นสูงเกินไป

    ด้วยโซลูชัน DRaaS พลังการประมวลผลบนคลาวด์ที่มากขึ้นและความก้าวหน้าในการจัดการ Storage ช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบกลยุทธ์ DR โดยมุ่งเน้นที่ประสิทธิภาพ ธุรกิจสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์เสมือนเพื่อเพิ่มตัวเลือกการกู้คืน ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ Asynchronous เพื่อลด RTO หรือแม้แต่สร้างเครือข่ายที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SDN) ที่ปกป้องและสนับสนุนระบบกระจายอำนาจ นอกจากนี้ความสามารถในการเลือกและปรับแต่งที่เหมาะสมจะช่วยให้กลยุทธ์ DR ของคุณเป็นไปตามเป้าหมายและอยู่ในงบประมาณ
  2. ความรวดเร็ว: การเสริมสร้างความคล่องตัวทางธุรกิจ ถ้าจะมีบทเรียนใดสักบทเรียนหนึ่งที่ธุรกิจได้เรียนรู้จากการระบาดใหญ่นี้ มันก็คือเรื่องที่ว่าความต้องการทางธุรกิจนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในปี 2563 ความต้องการในเรื่องความต่อเนื่องทางธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์นั้นดูแตกต่างจากในเดือนพฤษภาคมเป็นอย่างมากและความคาดหวังเหล่านั้นจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2564 และปีต่อๆ ไป

    ในการแข่งขันเรื่องความคล่องตัวที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ รูปแบบของ SaaS ทำให้แนวทาง Hot-site สำหรับ DR ใช้งานได้จริงและคุ้มค่ากว่าที่เคยเป็นมา ธุรกิจก็จะสามารถบรรลุระดับความคล่องตัวสูงสุดและความเร็วในการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจได้ ในขณะที่ลดต้นทุนอย่างมากในการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแบบ Hot-site นอกจากนี้ DRaaS ยังช่วยลดระยะเวลาในการปรับใช้ ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป
  3. บริการ: ใช้ประโยชน์จากพาร์ทเนอร์ SaaS เพื่อเพิ่มความสามารถของ DR ในขณะที่ลดภาระภายในองค์กรของคุณ เมื่อพูดถึงการระบุและปรับใช้กลยุทธ์ SaaS ที่น่าสนใจ ซอฟต์แวร์คลาวด์เบสนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้น อีกส่วนที่สำคัญก็คือการบริการลูกค้า ข้อมูลเชิงลึก และความเชี่ยวชาญที่พาร์ทเนอร์ SaaS นั้นมอบให้คุณ พาร์ทเนอร์ DRaaS ที่เหมาะสมนั้นจะให้ประสบการณ์การให้คำปรึกษาที่ปรับปรุงโปรแกรม DR ของคุณและลดภาระการจัดการ ในขณะที่สภาพแวดล้อมของคุณต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พาร์ทเนอร์ DRaaS ของคุณสามารถช่วยให้คุณก้าวไปอย่างถูกต้องได้ ขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องที่ช่วยให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งต่อไป

ที่มา : https://www.ricoh-usa.com/en/insights/articles/draas-boosts-business-continuity-post-pandemic-digital-age