IDC MarketScape ยกย่องให้ RICOH เป็นผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของงานพิมพ์และงานเอกสาร

14 ม.ค. 2563
ในรายงาน IDC MarketScape ฉบับล่าสุดนั้น RICOH ได้รับการยกย่องว่า“มีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้ง มีความสามารถในการให้บริการอย่างเป็นระบบ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี”

RICOH ได้แถลงว่า รายงาน IDC MarketScape ฉบับใหม่ได้ยกย่องบริษัทให้เป็นผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยงานพิมพ์และงานเอกสาร ซึ่งในรายงาน “IDC MarketScape: Worldwide Security Solutions and Services Hardcopy 2019 – 2020 Vendor Assessment””1 ได้ศึกษาถึงยุทธศาสตร์ของ RICOH และวิเคราะห์แนวทางที่บริษัทสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งเพื่อที่จะสร้างคุณค่าให้ลูกค้าไปพร้อมๆ กับการปกป้อง จัดการ และเชื่อมต่อกับระบบที่เป็นแกนหลักของธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งเมื่ออ้างอิงจาก IDC MarketScape แล้ว กุญแจสำคัญที่สร้างความแตกต่างของ RICOH ได้แก่ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และแนวทางที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก

ขณะที่การปฏิวัติทางดิจิทัลยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกนั้น รายงาน IDC MarketScape ก็ได้พบว่า Portfolio ผลิตภัณฑ์ของ RICOH ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึง “ปัญหาหลักของลูกค้าด้านความปลอดภัยของเอกสารและข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องการอย่างมากสำหรับบริษัททุกขนาด”2 ในปัจจุบัน สถานที่ปฏิบัติงานมีการเชื่อมต่อมากกว่าแต่ก่อน ทำให้การเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยนั้นถือเป็นงานที่ยากลำบากและสำคัญมากกว่าเดิม ซึ่ง RICOH ตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ใช้โมเดลแบบหลายระดับชั้นสำหรับจัดการด้านความปลอดภัย เริ่มตั้งแต่การปกป้องที่มากับอุปกรณ์ แล้วจึงขยายการปกป้องครอบคลุมไปถึงเน็ตเวิร์ก ความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชัน และอื่นๆ อีกมากมาย

“โดยรวมแล้ว ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งในธุรกิจ ความสามารถในการจัดการบริการอย่างเป็นระบบ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีของ RICOH นั้น ทำให้บริษัทยังคงตำแหน่งผู้นำในการบริการด้านความปลอดภัยสำหรับระบบงานพิมพ์และงานเอกสารอย่างต่อเนื่อง” Robert Palmer รองประธานงานวิจัยกลุ่มโซลูชันถ่ายภาพ งานพิมพ์ และงานเอกสารของ IDC กล่าว “ทาง RICOH ได้ยกระดับตัวเองให้แตกต่างจากคู่แข่งด้วยโมเดลการส่งมอบผลิตภัณฑ์ทั่วโลกได้อย่างสม่ำเสมอ และแนวทางที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ที่สามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้ตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อทุกรูปแบบและขนาดธุรกิจ”

RICOH ได้ทำงานร่วมกับลูกค้าโดยตรงเพื่อร่วมกันปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านงานพิมพ์และงานเอกสาร โดยยึดตามหลักการด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่ชื่อ “CIA” ซึ่งหมายถึง การรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องของข้อมูล (Integrity) และการรักษาความพร้อมในการเข้าถึง (Availability) โดยในเรื่องของการรักษาความลับนั้นมาในรูปของวิธีการและโซลูชันที่หลากหลาย อย่างฟีเจอร์ “Pull Print” ที่ต้องมีการยืนยันตัวตนที่เครื่องพิมพ์จึงจะพิมพ์เอกสารออกมาได้ นอกจากนี้ทาง RICOH เองก็ทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูลด้วยการป้องกันการใช้งานหรือแก้ไขเนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น อีกทั้ง RICOH เองก็ได้ร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาโซลูชันที่ปกป้องข้อมูลที่มีความอ่อนไหว โดยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ RICOH สามารถยกระดับสถานที่ปฏิบัติงานแบบดิจิทัลให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ใดก็ตาม  

รายงานฉบับนี้ยังระบุถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และบทบาทการควบรวมกิจการของ RICOH เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองในด้านความปลอดภัย โดยนักวิเคราะห์ได้อ้างถึงการซื้อกิจการครั้งล่าสุดก็คือ บริษัท DocuWare เพื่อเป้าหมายในการ “ยกระดับ Portfolio ของ RICOH เอง’s และขยายความครอบคลุมของ RICOH ไปถึงกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางด้วย

“เรามีการพูดคุยกับลูกค้าเป็นประจำ ประเมินสถานการณ์อันตรายที่กำลังเกิดขึ้น และพัฒนาการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลอัจฉริยะที่มีอยู่ในการพัฒนาและปรับแต่งโซลูชันเพื่อเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยในโลกดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้” Yasuyuki Nomizu รองประธานฝ่ายองค์กร และประธานฝ่ายรักษาความปลอดภัยข้อมูลของบริษัท RICOH กล่าว “ความปลอดภัยถือเป็นหนึ่งในหลายด้านที่สะท้อนถึงความสำเร็จจากแนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับเสียงตอบรับของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการทำงานทุกอย่างของบริษัท นับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการระบุหาโซลูชัน ฟีเจอร์ และฟังก์ชันการทำงานที่มีผลมากที่สุดต่อการรักษาข้อมูลของลูกค้าให้ปลอดภัย เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ของอันตรายต่างๆ และพิจารณาผลกระทบที่เกิดกับลูกค้าของเรา จนสามารถพัฒนามาตรการเชิงรุกที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างยอดเยี่ยม”
 
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.ricoh.co.th

1 “IDC MarketScape: Worldwide Security Solutions and Services Hardcopy 2019–2020 Vendor Assessment,” doc #US44911119, December 2019, http://idcdocserv.com/US44811119e_RICOH 
2 “IDC MarketScape: Worldwide Security Solutions and Services Hardcopy 2019–2020 Vendor Assessment,” doc #US44911119, December 2019, http://idcdocserv.com/US44811119e_RICOH 

เกี่ยวกับ IDC MarketScape

เกี่ยวกับ IDC MarketScape โมเดลการประเมินผู้จำหน่ายของ IDC MarketScape ถูกออกแบบมาเพื่อให้เห็นภาพของความเหมาะสมในการแข่งขันของผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ICT (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) ในตลาดต่างๆ ซึ่งระเบียบวิธีวิจัยนี้ใช้ประโยชน์จากวิธีการให้คะแนนที่เข้มงวดทั้งเกณฑ์ด้านปริมาณและคุณภาพ ทำให้ได้ภาพกราฟิกรวมหนึ่งเดียวที่แสดงถึงตำแหน่งของผู้จำหน่ายแต่ละรายในตลาดนั้นๆ ซึ่งทาง IDC MarketScape มีกรอบการทำงานที่ชัดเจนในการเปรียบเทียบระหว่างผลิตภัณฑ์และบริการที่จำหน่าย ความสามารถและกลยุทธ์ และปัจจัยความสำเร็จทั้งในปัจจุบันและอนาคตของผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีและการสื่อสารโทรคมนาคมได้อย่างมีประโยชน์ กรอบการทำงานนี้ยังทำให้ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีเห็นผลการประเมินแบบรอบด้าน 360 องศา ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของผู้จำหน่ายแต่ละรายด้วย

เกี่ยวกับ RICOH

RICOH ได้ให้การสนับสนุนสถานที่ปฏิบัติงานให้เป็นแบบดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีและบริการที่ใช้นวัตกรรมใหม่ เปิดให้ทุกคนสามารถทำงานในรูปแบบที่อัจฉริยะมากขึ้น ซึ่งกว่า 80 ปีที่ผ่านมานั้น RICOH ได้ผลักดันนวัตกรรมต่างๆ จนขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการโซลูชันจัดการเอกสารชั้นนำ บริการด้านไอที งานพิมพ์ทั้งเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม และระบบเชิงอุตสาหกรรม เป็นต้น

กลุ่ม RICOH มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว และมีสาขาดำเนินงานอยู่ในกว่า 200 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2019 นั้น ทางกลุ่ม RICOH มียอดจำหน่ายทั่วโลกรวมอยู่ที่ 2,013 พันล้านเยน (ประมาณ 18.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.ricoh.co.th

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.ricoh.co.th


###